Party Idea

เวลาที่เราพูดถึงการจัดเบรกหรู ๆ หลายคนอาจนึกถึง Afternoon Tea แต่จริง ๆ แล้ว High Tea นั้นมีที่มาและความหมายต่างออกไปเล็กน้อยค่ะ โดย Afternoon Tea เกิดขึ้นในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 ใช้สำหรับเป็นเวลาน้ำชายามบ่าย เสิร์ฟพร้อมขนมหวานเบา ๆ เพื่อรองท้องก่อนมื้อค่ำ แต่ High Tea จะต่างออกไปเล็กน้อย เพราะถือเป็น “อาหารเบา ๆ แบบจริงจัง” ที่รวมทั้งของคาวและของหวานเสิร์ฟคู่กับชา เป็นมื้อที่อิ่มมากกว่า afternoon tea และมักถูกใช้ในโอกาสพิเศษ ปัจจุบัน High Tea ได้ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบของการจัดเลี้ยง โดยเฉพาะในงานประชุม สัมมนา หรืออีเวนต์ที่ต้องการความหรูหราและสร้างความประทับใจ

  • Afternoon Tea เน้นขนมหวานเป็นหลัก เช่น สโคน มาการอง เค้กเล็ก ๆ คู่กับชา มักทานช่วงบ่าย 2–4 โมง
  • High Tea มีทั้งอาหารคาวและหวาน เช่น แซนด์วิช มูสเค้ก มินิคีช พัฟ รวมกับเบเกอรี่และขนมพรีเมียม อิ่มกว่า และใช้ได้ในหลายโอกาส ตั้งแต่บ่ายถึงเย็น

High Tea เป็นตัวเลือกที่สร้างบรรยากาศหรูหราและพิเศษ เหมาะกับงานที่ต้องการความประทับใจ เช่น

  • งานประชุมระดับผู้บริหาร หรือสัมมนา VIP ช่วยเสริมภาพลักษณ์มืออาชีพ และให้แขกพักเบรกด้วยอาหารที่อิ่มกำลังดี
  • งานพบปะสังสรรค์แบบหรูหรา หรือ งานเลี้ยงส่วนตัว นิยมเลือกการจัด High Tea แทนการนัดพบแบบธรรมดา เพื่อเพิ่มความมีระดับและบรรยากาศชวนพูดคุย
  • งานเปิดตัวสินค้า หรืองานแถลงข่าว เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้น่าเชื่อถือและพรีเมียม
  • งานเลี้ยงเปิดบ้านแบบน่ารักๆ แทนการจัดบุฟเฟต์ขึ้นบ้านใหม่

การจัดเบรกแบบ High Tea ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกขนมและเครื่องดื่มให้น่ารับประทานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์โดยรวมที่แขกจะได้รับ ดังนั้นจึงควรพิจารณาในหลายมิติ ดังนี้:

High Tea มักเน้นเมนูคำเล็กพอดี ทั้งคาวและหวาน เช่น แซนด์วิช สโคน มาการอง มูสเค้ก หรือคีช แต่สิ่งสำคัญคือ เลือกเมนูที่เหมาะกับแขก และโอกาสของงาน เช่น

  • หากเป็นงานประชุมผู้บริหาร ควรใช้เมนูที่ดูหรูหรา พรีเมียม วัตถุดิบคุณภาพ
  • หากเป็นงานสัมมนาทั่วไป อาจเพิ่มเมนูที่ทานง่าย ถูกปากคนไทย เช่น พัฟ ขนมอบ เบเกอรี่แนวฟิวชัน

การเลือกอาหารสามารถสะท้อนธีมของงานได้ เช่น

  • งานเปิดตัวสินค้าแนว Luxury เลือกใช้เมนูแบบอินเตอร์เนชันแนล ขนมฝรั่งเศส ไวน์
  • งานสัมมนาเชิงวัฒนธรรม สามารถดัดแปลงเมนูท้องถิ่นให้อยู่ในรูปแบบ High Tea เช่น มะตะบะพอดีคำ ขนมไทยเสิร์ฟในถ้วยเล็ก

การจัด High Tea ต่างจากค็อกเทลที่แขกสามารถยืนทานได้ แต่ High Tea มักต้องการบรรยากาศที่แขกสามารถ นั่งลง พูดคุย จิบชาไปพร้อมกับรับประทานขนม ดังนั้นควรจัดโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นที่รองรับแขกให้เหมาะสม เพื่อให้แขกทุกคนรู้สึกสะดวก ไม่ต้องยืนถือจานไปมา

โดยปกติ High Tea มักจะเสิร์ฟในช่วงบ่าย (14.00 – 16.00 น.) แต่เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานสัมมนาหรือประชุม ควรปรับเวลาให้สอดคล้องกับตารางงาน เช่น เบรกสาย (10.30 น.) หรือเบรกบ่าย (15.00 น.) เพื่อให้แขกได้พักและรีเฟรชตัวเอง พร้อมสำหรับกิจกรรมถัดไป

ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุมในออฟฟิศ โรงแรม หรือพื้นที่อีเวนต์ ควรคำนึงถึงขนาดและการจัดวางโต๊ะ

  • หากพื้นที่แคบ ควรเลือกใช้ถาดเสิร์ฟหลายชั้น (Tiered Tray) เพื่อประหยัดพื้นที่ แต่ยังคงความสวยงาม
  • หากเป็นงานในห้องประชุม ต้องวางแผนการเคลื่อนไหวของแขกและพนักงานเสิร์ฟ ไม่ให้รบกวนการประชุม

การจัด High Tea โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่เสิร์ฟมาในขนาดพอดีคำและจัดเรียงอย่างสวยงามบนถาด 3 ชั้น แต่ทั้งนี้ กฎเกณฑ์ไม่ได้ตายตัว ทุกอย่างสามารถปรับแต่งได้ตามธีมงาน ความชอบของแขก หรือวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

  • แซนด์วิชไส้ต่าง ๆ ขนาดพอดีคำ เช่น แซนด์วิชแตงกวา, แซลมอนรมควัน, แฮมชีส
  • คีช (Quiche), พาย หรือพัฟอบกรอบ
  • ฟิงเกอร์ฟู้ดแบบไทยหรือฟิวชั่น เช่น กุ้งกระเบื้อง, ขนมปังหน้าหมู
  • สโคน (Scone) เสิร์ฟคู่กับแยมและคลอตเต็ดครีม
  • มาการอง (Macaron), มูสเค้ก, ทาร์ตผลไม้
  • เบเกอรี่ชิ้นเล็ก เช่น โรลเค้ก, มูสเค้ก, คัพเค้ก หรือขนมหวานไทยประยุกต์
  • ชาพรีเมียมกลิ่นต่าง ๆ เช่น Earl Grey, English Breakfast, Jasmine Green Tea
  • กาแฟสดหรือโกโก้สำหรับแขกที่ไม่ถนัดดื่มชา
  • น้ำผลไม้สกัดเย็น หรือสมุนไพรเบา ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น

เสน่ห์ของ High Tea ไม่ได้อยู่แค่เมนูอาหารและเครื่องดื่ม แต่ยังอยู่ที่ การจัดโต๊ะและบรรยากาศโดยรอบ ที่ช่วยเสริมให้แขกสัมผัสถึงความหรูหราและความพิเศษของงานได้ทันทีที่ก้าวเข้ามา

  • ใช้ดอกไม้สดโทนสีอ่อน เช่น ขาว ชมพู พาสเทล หรือโทนที่เข้ากับธีมงาน
  • ตกแต่งด้วยแจกันแก้วเล็ก ๆ หรือดอกไม้จัดเป็นช่อเล็กกระจายตามโต๊ะ เพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นของแขก
  • สามารถเพิ่มเทียนหอม หรือของตกแต่งเล็ก ๆ เช่น กรอบรูปหรูหรา เพื่อสร้างบรรยากาศคลาสสิก
  • เลือกผ้าปูโต๊ะที่เน้นโทนหรูหรา เช่น ขาว ครีม ทอง หรือสีที่เข้ากับธีมงาน
  • ใช้ถ้วยชาและจานรองแบบ Fine China หรือแก้วใสพรีเมียม เพิ่มความประณีต
  • การเสิร์ฟบน ถาดชั้น (Tiered Stand) ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ High Tea ที่ช่วยให้โต๊ะดูหรูหราและประหยัดพื้นที่
  • จัดวางอาหารเรียงลำดับจากของคาวไปของหวาน เพื่อความสวยงามและง่ายต่อการหยิบ
  • เพิ่มพร็อพเล็ก ๆ เช่น ช้อนส้อมสีทอง, ที่รองจานลายหรู, หรือผ้าเช็ดปากพับเป็นดีไซน์เก๋ ๆ
  • เว้นพื้นที่โต๊ะให้พอดี ไม่แน่นเกินไป เพื่อให้แขกสามารถถ่ายภาพได้สวยทุกมุม
  • ใช้แสงธรรมชาติหากเป็นไปได้ เพื่อให้บรรยากาศดูสดใส
  • หากเป็นงาน indoor สามารถใช้โคมไฟ warm light เพื่อสร้างความอบอุ่น
  • เลือกเพลงบรรเลงเบา ๆ เช่น Jazz, Classic หรือ Acoustic ช่วยเสริมความละมุนและหรูหรา
  • อาหารเสิร์ฟเป็นชุดสวยงาม อาหารวางเรียงบนถาดชั้น มีทั้งของคาวและของหวาน  สร้างความประทับใจและช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ  
  • เหมาะกับงานที่ต้องการความหรูหรา บรรยากาศดูเป็นทางการกว่าการจัดเบรกแบบทั่วไป อย่างเช่น งานประชุมระดับผู้บริหาร หรืองานเลี้ยงรับรอง  
  • มีเมนูหลากหลายขนาดพอดีคำ
    • ของคาว เช่น แซนด์วิช ซาลาเปาอบ ทาร์ตไข่  
    • ของหวาน เช่น มาการอง เค้ก เบเกอรี่  
    • เครื่องดื่ม เช่น ชาหอม กาแฟ หรือโกโก้  
  • ให้แขกได้พักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องยืนทานเหมือนค็อกเทล แขกสามารถนั่งจิบชาและพูดคุยกันได้  

การจัดเบรกแบบ High Tea เน้นบรรยากาศหรูหรา อาหารจัดเป็นคำเล็กๆ คู่กับชาและกาแฟ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเป็นทางการและสร้างความประทับใจให้แขก เพิ่มความหรูหราให้ทุกงานประชุมและงานสำคัญ ด้วยบริการจัดเบรกแบบ High Tea จาก Dee Catering เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดเลี้ยงที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เมนูพรีเมียมไปจนถึงการจัดตกแต่งอย่างมีสไตล์

ปรึกษากับเรา

ให้เราช่วยแนะนำและออกแบบงานเลี้ยงในฝันของคุณ
โดยทีมงาน มืออาชีพกว่า 20 ปี

Contact Us Service
หรือ