เวลาที่เราพูดถึงการจัดเบรกหรู ๆ หลายคนอาจนึกถึง Afternoon Tea แต่จริง ๆ แล้ว High Tea นั้นมีที่มาและความหมายต่างออกไปเล็กน้อยค่ะ โดย Afternoon Tea เกิดขึ้นในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 ใช้สำหรับเป็นเวลาน้ำชายามบ่าย เสิร์ฟพร้อมขนมหวานเบา ๆ เพื่อรองท้องก่อนมื้อค่ำ แต่ High Tea จะต่างออกไปเล็กน้อย เพราะถือเป็น “อาหารเบา ๆ แบบจริงจัง” ที่รวมทั้งของคาวและของหวานเสิร์ฟคู่กับชา เป็นมื้อที่อิ่มมากกว่า afternoon tea และมักถูกใช้ในโอกาสพิเศษ ปัจจุบัน High Tea ได้ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบของการจัดเลี้ยง โดยเฉพาะในงานประชุม สัมมนา หรืออีเวนต์ที่ต้องการความหรูหราและสร้างความประทับใจ
ประวัติและแนวคิดของ High Tea
High Tea เริ่มต้นในอังกฤษช่วงยุควิกตอเรีย เป็นการทานอาหารเบา ๆ หลังเลิกงานของชนชั้นแรงงาน ซึ่งต่างจาก Afternoon Tea ที่มักจะเป็นของชนชั้นสูงในช่วงบ่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป High Tea ถูกปรับภาพลักษณ์ให้ดูหรูหรามากขึ้นกลายเป็นมื้อเบรกที่มีทั้ง อาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่มคุณภาพแนวคิดของ High Tea จึงไม่ใช่แค่การดื่มชา แต่เป็น การสร้างประสบการณ์การพักเบรกที่ครบถ้วนและพิเศษกว่าการจัด Coffee Break แบบทั่วไป

ความแตกต่างระหว่าง High Tea และ Afternoon Tea
- Afternoon Tea เน้นขนมหวานเป็นหลัก เช่น สโคน มาการอง เค้กเล็ก ๆ คู่กับชา มักทานช่วงบ่าย 2–4 โมง
- High Tea มีทั้งอาหารคาวและหวาน เช่น แซนด์วิช มูสเค้ก มินิคีช พัฟ รวมกับเบเกอรี่และขนมพรีเมียม อิ่มกว่า และใช้ได้ในหลายโอกาส ตั้งแต่บ่ายถึงเย็น
การจัดเบรกแบบ High Tea เหมาะกับงานประเภทไหน?
High Tea เป็นตัวเลือกที่สร้างบรรยากาศหรูหราและพิเศษ เหมาะกับงานที่ต้องการความประทับใจ เช่น
- งานประชุมระดับผู้บริหาร หรือสัมมนา VIP ช่วยเสริมภาพลักษณ์มืออาชีพ และให้แขกพักเบรกด้วยอาหารที่อิ่มกำลังดี
- งานพบปะสังสรรค์แบบหรูหรา หรือ งานเลี้ยงส่วนตัว นิยมเลือกการจัด High Tea แทนการนัดพบแบบธรรมดา เพื่อเพิ่มความมีระดับและบรรยากาศชวนพูดคุย
- งานเปิดตัวสินค้า หรืองานแถลงข่าว เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้น่าเชื่อถือและพรีเมียม
- งานเลี้ยงเปิดบ้านแบบน่ารักๆ แทนการจัดบุฟเฟต์ขึ้นบ้านใหม่
สิ่งที่ต้องคำนึงเมื่อจัดเบรกแบบ High Tea
การจัดเบรกแบบ High Tea ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกขนมและเครื่องดื่มให้น่ารับประทานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์โดยรวมที่แขกจะได้รับ ดังนั้นจึงควรพิจารณาในหลายมิติ ดังนี้:
1. เลือกเมนูให้โดนใจแขก
High Tea มักเน้นเมนูคำเล็กพอดี ทั้งคาวและหวาน เช่น แซนด์วิช สโคน มาการอง มูสเค้ก หรือคีช แต่สิ่งสำคัญคือ เลือกเมนูที่เหมาะกับแขก และโอกาสของงาน เช่น
- หากเป็นงานประชุมผู้บริหาร ควรใช้เมนูที่ดูหรูหรา พรีเมียม วัตถุดิบคุณภาพ
- หากเป็นงานสัมมนาทั่วไป อาจเพิ่มเมนูที่ทานง่าย ถูกปากคนไทย เช่น พัฟ ขนมอบ เบเกอรี่แนวฟิวชัน
2. ปรับอาหารให้เข้ากับ Theme งาน
การเลือกอาหารสามารถสะท้อนธีมของงานได้ เช่น
- งานเปิดตัวสินค้าแนว Luxury เลือกใช้เมนูแบบอินเตอร์เนชันแนล ขนมฝรั่งเศส ไวน์
- งานสัมมนาเชิงวัฒนธรรม สามารถดัดแปลงเมนูท้องถิ่นให้อยู่ในรูปแบบ High Tea เช่น มะตะบะพอดีคำ ขนมไทยเสิร์ฟในถ้วยเล็ก
3. จัดที่นั่งให้แขกอย่างเพียงพอ
การจัด High Tea ต่างจากค็อกเทลที่แขกสามารถยืนทานได้ แต่ High Tea มักต้องการบรรยากาศที่แขกสามารถ นั่งลง พูดคุย จิบชาไปพร้อมกับรับประทานขนม ดังนั้นควรจัดโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นที่รองรับแขกให้เหมาะสม เพื่อให้แขกทุกคนรู้สึกสะดวก ไม่ต้องยืนถือจานไปมา
4. การออกแบบช่วงเบรกให้เหมาะกับเวลา
โดยปกติ High Tea มักจะเสิร์ฟในช่วงบ่าย (14.00 – 16.00 น.) แต่เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานสัมมนาหรือประชุม ควรปรับเวลาให้สอดคล้องกับตารางงาน เช่น เบรกสาย (10.30 น.) หรือเบรกบ่าย (15.00 น.) เพื่อให้แขกได้พักและรีเฟรชตัวเอง พร้อมสำหรับกิจกรรมถัดไป
5. การจัดให้เข้ากับข้อจำกัดของสถานที่
ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุมในออฟฟิศ โรงแรม หรือพื้นที่อีเวนต์ ควรคำนึงถึงขนาดและการจัดวางโต๊ะ
- หากพื้นที่แคบ ควรเลือกใช้ถาดเสิร์ฟหลายชั้น (Tiered Tray) เพื่อประหยัดพื้นที่ แต่ยังคงความสวยงาม
- หากเป็นงานในห้องประชุม ต้องวางแผนการเคลื่อนไหวของแขกและพนักงานเสิร์ฟ ไม่ให้รบกวนการประชุม

เมนูหลักของ High Tea
การจัด High Tea โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่เสิร์ฟมาในขนาดพอดีคำและจัดเรียงอย่างสวยงามบนถาด 3 ชั้น แต่ทั้งนี้ กฎเกณฑ์ไม่ได้ตายตัว ทุกอย่างสามารถปรับแต่งได้ตามธีมงาน ความชอบของแขก หรือวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
1. เมนูของคาว (Savories)
- แซนด์วิชไส้ต่าง ๆ ขนาดพอดีคำ เช่น แซนด์วิชแตงกวา, แซลมอนรมควัน, แฮมชีส
- คีช (Quiche), พาย หรือพัฟอบกรอบ
- ฟิงเกอร์ฟู้ดแบบไทยหรือฟิวชั่น เช่น กุ้งกระเบื้อง, ขนมปังหน้าหมู
2. เมนูของหวาน (Sweets & Pastries)
- สโคน (Scone) เสิร์ฟคู่กับแยมและคลอตเต็ดครีม
- มาการอง (Macaron), มูสเค้ก, ทาร์ตผลไม้
- เบเกอรี่ชิ้นเล็ก เช่น โรลเค้ก, มูสเค้ก, คัพเค้ก หรือขนมหวานไทยประยุกต์
3. เครื่องดื่ม (Beverages)
- ชาพรีเมียมกลิ่นต่าง ๆ เช่น Earl Grey, English Breakfast, Jasmine Green Tea
- กาแฟสดหรือโกโก้สำหรับแขกที่ไม่ถนัดดื่มชา
- น้ำผลไม้สกัดเย็น หรือสมุนไพรเบา ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น
การตกแต่งโต๊ะและพื้นที่ให้ได้บรรยากาศ High Tea
เสน่ห์ของ High Tea ไม่ได้อยู่แค่เมนูอาหารและเครื่องดื่ม แต่ยังอยู่ที่ การจัดโต๊ะและบรรยากาศโดยรอบ ที่ช่วยเสริมให้แขกสัมผัสถึงความหรูหราและความพิเศษของงานได้ทันทีที่ก้าวเข้ามา
1. การเลือกดอกไม้และของตกแต่ง
- ใช้ดอกไม้สดโทนสีอ่อน เช่น ขาว ชมพู พาสเทล หรือโทนที่เข้ากับธีมงาน
- ตกแต่งด้วยแจกันแก้วเล็ก ๆ หรือดอกไม้จัดเป็นช่อเล็กกระจายตามโต๊ะ เพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นของแขก
- สามารถเพิ่มเทียนหอม หรือของตกแต่งเล็ก ๆ เช่น กรอบรูปหรูหรา เพื่อสร้างบรรยากาศคลาสสิก
2. ผ้าปูโต๊ะและภาชนะ
- เลือกผ้าปูโต๊ะที่เน้นโทนหรูหรา เช่น ขาว ครีม ทอง หรือสีที่เข้ากับธีมงาน
- ใช้ถ้วยชาและจานรองแบบ Fine China หรือแก้วใสพรีเมียม เพิ่มความประณีต
- การเสิร์ฟบน ถาดชั้น (Tiered Stand) ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ High Tea ที่ช่วยให้โต๊ะดูหรูหราและประหยัดพื้นที่
3. เทคนิคจัดโต๊ะให้น่าถ่ายรูป
- จัดวางอาหารเรียงลำดับจากของคาวไปของหวาน เพื่อความสวยงามและง่ายต่อการหยิบ
- เพิ่มพร็อพเล็ก ๆ เช่น ช้อนส้อมสีทอง, ที่รองจานลายหรู, หรือผ้าเช็ดปากพับเป็นดีไซน์เก๋ ๆ
- เว้นพื้นที่โต๊ะให้พอดี ไม่แน่นเกินไป เพื่อให้แขกสามารถถ่ายภาพได้สวยทุกมุม
4. การจัดแสงและเสียงประกอบ
- ใช้แสงธรรมชาติหากเป็นไปได้ เพื่อให้บรรยากาศดูสดใส
- หากเป็นงาน indoor สามารถใช้โคมไฟ warm light เพื่อสร้างความอบอุ่น
- เลือกเพลงบรรเลงเบา ๆ เช่น Jazz, Classic หรือ Acoustic ช่วยเสริมความละมุนและหรูหรา
ลักษณะเด่นของการจัดเบรกแบบ High Tea
- อาหารเสิร์ฟเป็นชุดสวยงาม อาหารวางเรียงบนถาดชั้น มีทั้งของคาวและของหวาน สร้างความประทับใจและช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ
- เหมาะกับงานที่ต้องการความหรูหรา บรรยากาศดูเป็นทางการกว่าการจัดเบรกแบบทั่วไป อย่างเช่น งานประชุมระดับผู้บริหาร หรืองานเลี้ยงรับรอง
- มีเมนูหลากหลายขนาดพอดีคำ
- ของคาว เช่น แซนด์วิช ซาลาเปาอบ ทาร์ตไข่
- ของหวาน เช่น มาการอง เค้ก เบเกอรี่
- เครื่องดื่ม เช่น ชาหอม กาแฟ หรือโกโก้
- ให้แขกได้พักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องยืนทานเหมือนค็อกเทล แขกสามารถนั่งจิบชาและพูดคุยกันได้
การจัดเบรกแบบ High Tea เน้นบรรยากาศหรูหรา อาหารจัดเป็นคำเล็กๆ คู่กับชาและกาแฟ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเป็นทางการและสร้างความประทับใจให้แขก เพิ่มความหรูหราให้ทุกงานประชุมและงานสำคัญ ด้วยบริการจัดเบรกแบบ High Tea จาก Dee Catering เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดเลี้ยงที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เมนูพรีเมียมไปจนถึงการจัดตกแต่งอย่างมีสไตล์
ปรึกษากับเรา
ให้เราช่วยแนะนำและออกแบบงานเลี้ยงในฝันของคุณ โดยทีมงาน มืออาชีพกว่า 20 ปี
